ค่าความหน่วงหัวฉีด Injector Latency

latencyInjector Latency ( Lag Time , Dead Time )

Injector dead time

ค่าความหน่วงหัวฉีด Injector Latency  เป็นหนึ่งในไม่กี่ปัจจัยที่ถูกใช้เพื่อกำหนดค่าเวลาการทำงานของหัวฉีดในการทำงานจริงของเวลาเปิดและปิดจากเวลาที่ถูกกระตุ้นจนถึงเวลาที่ถูกยกเลิก มีคำอื่น ๆ ที่ใช้อีก เช่น dead times , Offset หรือ battery compensation แต่คำว่า lag times จะเข้าใจง่ายกว่า  เนื่องจากว่าเป็นคำอธิบายที่ที่คล้ายกับการทำงานเจริง  Lag times นั้นเปลี่ยนแปลงตามแรงดันของน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง แต่เมื่อรถยนต์ทำงานในรูปแบบ closed loop นั้น ช่วงนี้ แรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงจะยังคงที่ ดังนั้นมันจะไม่เกิดปัญหาจนกว่าจะมีการเพิ่มบูสเข้ามา ในขณะที่หัวฉีดไม่ทำงาน แต่ขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าถูกให้พลังงานเพื่อเปิดวาล์วให้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีความดันฉีดพ่นออกมา เมื่อขดลวดสนามแม่เหล็กถูกให้พลังงาน จะใช้เวลาเพียงเล็กน้อยก่อนหัวฉีดจะเปิดจริง เวลานี้เรียกว่า Lag times นอกจากนี้ยังมีเวลาปิด closing time ที่เป็นเวลาปิดการฉีดเมื่อตัดการจ่ายพลังงาน เวลานี้มีความสำคัญอย่างมากในการระบบจ่ายเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์

เมื่อหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงกำลังทำงานบนรอบการทำงานของเครื่องยนต์ มันไม่ได้ถูกเปิดกว้างหรือคงตำแหน่งไว้ตลอด แต่ทำงานเป็นวัฏจักรเปิดและปิดหลายครั้งต่อวินาที duty cycles ยกตัวอย่างกับการทำงานของเครื่องยนต์ 4 จังหวะ ที่ 9,000 รอบต่อนาที (150 รอบต่อวินาที )  หัวฉีดจะมีรอบการทำงาน เปิดและปิด  75 ครั้งในหนึ่งวินาทีและที่ 9,000 รอบต่อนาที มีเวลาเพียง 13.3 msec (13.3 มิลลิวินาที) ( 1,000/75) เพื่อที่จะเปิดวาล์วจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและจากนั้นปิดอีกครั้ง หากต้องการที่จะให้หัวฉีดมีช่วงหยุดพักหายใจ และเรียกใช้มันที่ 90% ของเวลารวม ดังนั้น  เวลาจะเหลือเพียง 12 msec เพื่อให้การทำงานนั้นสมบูรณ์

นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่หัวฉีดจะต้องตอบสนองภายใต้เงื่อนไขนี้ นั้นห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ และตอบสนองได้ไม่สมบูรณ์และนำไปสู่คำพูดเช่น Lag time , dead time , recovery time, minimum repeatable pulse width, linear operating range และคำอื่นๆ

วิธีการจ่ายเชื้อเพลิงของรถยนต์  ใช้ความกว้างคลื่นสัญญาณพัลส์ในการควบคุมระยะเวลาให้หัวฉีดเปิดไว้ สมมุติว่า  dead time  เท่ากับ 1.2ms  และ สมมุติว่าต้องการความกว้างสัญญาณพัลส์ 4ms  สำหรับการจ่ายเชื้อเพลิงที่ 7,000 RPM จำเป็นต้องรวมเวลาเป็น 5.2msec เพื่อให้ได้ความกว้างของสัญญาณพัลส์ที่เหมาะสมที่จะจ่ายปริมาณเชื้อเพลิงที่ถูกต้องในช่วงเวลานั้น .Lag time ที่เพิ่มมา 1.2 msec  จะถูกระบุค่าใน ECU เพื่อให้แน่ใจว่ามีความกว้างของสัญญาณพัลส์ของหัวฉีด ที่เหมาะสม มันถูกเรียกว่า latency  การระบุค่า 1.2ms  ใน ตาราง Latency ที่ระดับแรงดันไฟฟ้าที่แตกต่างกัน และส่งผลไปยัง ตารางอื่นของ ECU รถ เพื่อให้แน่ใจว่า หัวฉีดที่มีการเปิดและปิดเต็มเวลา และเพื่อให้หัวฉีดทำงานอย่างถูกต้อง

ในการทำงาน closed loop  จำเป็นต้องใช้ค่า lag times ที่ถูกต้อง  เพราะเมื่อเกิดกรณีที่ ค่า Lag times ถูกกำหนดไว้ผิดไปไม่ถูกต้องและไม่ถูกแก้ไขให้เหมาะสมเพียงพอ จะทำให้เกิดสาเหตุของ การจ่ายเชื่อเพลิงหนา และบางเกินไป ( lean or rich )

หวังว่าผู้อ่านจะเข้าใจในเรื่องนี้น้อยมากขึ้น และโพสนี้คงจะช่วยให้ผู้อ่านมีความรู้ในเรื่องนี้ ผมไม่ได้มีวิธีการที่ถูกต้อง 100 % ในการปรับ Lag times หรือ latency แต่จะมี ผู้ใช้รถสักกี่คนในนี้ ที่รู้จักการทำงานเหล่านี้และคงดีกว่า ถ้ามีการถามถึงเรื่องนี้กับ จูนเนอร์ เพื่อผลประโยชน์กับเจ้าของรถเอง  หากมีการเปลี่ยนไปใช้ หัวฉีด ใหม่ในรถ นั่นหมายถึงจำเป็นจะต้อง จูนค่า (Re-Map ) กันใหม่ มันไม่ได้มีเพียงแค่  Latency  เท่านั้น สำหรับหัวฉีด แต่มันยังมีอีกหลายๆ ค่า เช่น Scale  ที่เกี่ยวข้อง และเจ้าของรถจำเป็นจะต้องทำการปรับจูนเพื่อให้มีความถูกต้องเหมาะสม

ไม่ใช่ว่าจับ ใส่หัวฉีดใหญ่มั่ว แล้วจะแรง เสมอไป เปลี่ยน หัวฉีดผิดรุ่น เรื่องใหญ่ไม่ใช่เรื่องเล็ก

Advertisements